- เอกสารที่จำเป็นต้องใช้
- รูปถ่าย 2 x 2 นิ้ว 2 รูป
- หนังสือเดินทางซึ่งต้องมีหน้าตรวจลงตราเหลืออยู่อย่างน้อย 1 หน้า
- แสดงหลักฐาน
- หนังสือตอบรับ หรือหนังสือรับรองหรือยืนยันวัตถุประสงค์ของผู้ขอรับการตรวจลงตราจากหน่วยราชการ หรือรัฐวิสาหกิจของไทย และ/หรือ
- หนังสือรับรองหรือยันยันวัตถุประสงค์ของผู้ขอรับการตรวจลงตราจากหน่วยราชการ หรือรัฐวิสาหกิจของต่างประเทศ หรือนิติบุคคลเอกชน พร้อมสำเนาหนังสือจดทะเบียนนิติบุคคลเอกชนนั้น
- กรณีผู้ขอรับการตรวจลงตราเป็นส่วนหนึ่งในครัวเรือนของผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย ให้แสดงหลักฐานการเป็นสามี ภรรยา บิดา มารดา หรือบุตร
- กรณีเข้าไปใช้ชีวิตบั้นปลายในประเทศไทย ให้ยื่นคำขอและแสดงเอกสารประกอบ ดังนี้
- หนังสือเดินทางที่มีอายุใช้ได้ไม่น้อยกว่า 1 ปีครึ่ง
- แบบฟอร์มขอรับการตรวจลงตรา (พร้อมรูปถ่าย) จำนวน 3 ชุด
- แบบฟอร์มประวัติส่วนตัว
- สำเนาบัญชีเงินฝาก (Bank Statement) จำนวนเทียบเป็นเงินไทยไม่น้อยกว่า 800,000 บาท หรือหนังสือรับรองรายได้ (ฉบับจริง) เดือนละไม่น้อยกว่า 65,000 บาท หรือมีบัญชีเงินฝากและรายได้ (ต่อเดือน x 12) รวมกันไม่น้อยกว่า 800,000 บาท (เอกสารจะต้องได้รับการรับรองจาก Notary Public)
- ในกรณีแสดงสำเนาบัญชีเงินฝาก ให้แสดงหนังสือรับรองจากธนาคาร (ฉบับจริง) ด้วย
- ใบรับรองประวัติอาชญากรรม (Criminal Record) จากประเทศที่ตนมีสัญชาติ หรือจากประเทศที่ตนมีถิ่นพำนัก (ใบรับรองมีอายุไม่เกิน 3 เดือน (เอกสารจะต้องได้รับการรับรองจาก Notary Public) )
- ใบรับรองแพทย์จากประเทศที่ยื่นคำร้องขอ ที่แสดงว่าไม่เป็นโรคต้องห้าม ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2535) (ใบรับรองมีอายุไม่เกิน 3 เดือน (เอกสารจะต้องได้รับการรับรองจาก Notary Public) )
- ในกรณีมีความประสงค์จะนำคู่สมรสเข้ามาพำนักอยู่ในราชอาณาจักรด้วย ให้แสดงหลักฐานทะเบียนสมรสด้วย
- กรณีเข้าไปในประเทศไทยในฐานะคู่ความหรือพยานในศาลไทย ต้องแสดงหมายศาลไทย
- กรณีเข้าไปทำงานกับองค์การเอกชนต่างประเทศในประเทศไทย ให้แสดงหนังสือรับรองตัวบุคคลและประวัติการทำงานที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานภาครัฐในประเทศที่ตนมีถิ่นพำนักถาวร ซึ่งได้ผ่านการรับรองทางนิติกรณ์แล้ว
- กรณีเข้าไปทำงานเป็นครูสอนในโรงเรียนที่มีระดับการศึกษาต่ำกว่ามหาวิทยาลัย ให้แสดงหลักฐานเอกสาร ดังนี้
- หนังสือรับรองการจ้างงานจากสถาบันการศึกษาในไทย
- ใบอนุญาตการจัดตั้งสถาบันการศึกษาของไทย
- หนังสือรับรองการขอวีซ่าจากหน่วยราชการไทย
- วุฒิการศึกษา
- รายละเอียดประวัติการทำงานของผู้ร้องขอรับการตรวจลงตรา
- เอกสารรับรองประวัติอาชญากรรม หรือหนังสือรับรองความประพฤติหรือรับรองประวัติจากหน่วยงานภาครัฐของครูต่างชาติ (อาจขอเพิ่มเติมสำหรับบางกรณีที่น่าสงสัย หรือหลักฐานประกอบไม่ครบถ้วนชัดเจน)
- กรอกคำร้องขอรับการตรวจลงตรา 1 ฉบับ
- ค่าธรรมเนียมการตรวจลงตราครั้งละ 65 ดอลล่าร์สหรัฐฯ (ใช้เดินทางเข้าประเทศไทยได้ครั้งเดียว และอายุการตรวจลงตราใช้ได้ภายใน 3 เดือน)
- เอกสารเพิ่มเติมสำหรับคนต่างด้าวบางสัญชาติ
- ผู้ถือเอกสารเดินทาง (Re-enter permit) ของสหรัฐฯ
- หลักฐานเอกสารที่เกี่ยวข้อง อาทิ หนังสือรับรองหรือยันยัน หนังสือตอบรับ เป็นต้น พร้อมสำเนาอีก 2 ฉบับ
- สำเนาใบสำคัญถิ่นที่อยู่ของสหรัฐฯ (Permanent Resident Alien Card) 2 ชุด
- สำเนาตั๋วเครื่องบินไป-กลับ 2 ชุด
- ผู้ถือหนังสือเดินทางของประเทศเนปาล บังคลาเทศ ปากีสถาน ศรีลังกา อินเดีย อัฟกานิสถาน สาธารณรัฐประชาชนจีน สาธารณรัฐประชาชนเกาหลี ไนจีเรีย อัลจีเรีย อียิปต์ อิหร่าน อิรัก ปาเลสไตน์ เลบานอล ลิเบีย ซูดาน ซีเรีย เยเมน
- หลักฐานเอกสารที่เกี่ยวข้อง อาทิ หนังสือรับรองหรือยันยัน หนังสือตอบรับ เป็นต้น พร้อมสำเนาอีก 2 ฉบับ
- สำเนาใบสำคัญถิ่นที่อยู่ของสหรัฐฯ (Permanent Resident Alien Card) 3 ชุด
- สำเนาตั๋วเครื่องบินไปกลับ 3 ชุด
- สำเนาหนังสือเดินทางเฉพาะหน้าข้อมูลผู้ถือหนังสือเดินทางและหน้าต่ออายุ 3 ชุด
- การขอรับการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราวเมื่อประสงค์จะเข้ามาพำนักในราชอาณาจักรคราวละ 1 ปี (รหัส -A)
- ผู้ขอรับการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราวเพื่อเข้ามาปฏิบัติภารกิจที่มิใช่หน้าที่ทางราชการเป็นระยะเวลาเกินกว่า 90 วัน ถึง 1 ปี จะต้องให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองพิจารณาก่อน โดยการดำเนินเรื่องอาจกระทำได้ 2 วิธี คือ
- ติดต่อขอให้สถานกงสุลใหญ่ฯ ส่งเรื่องพร้อมรายละเอียดไปให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองพิจารณา
- บริษัท ห้างร้าน หรือหน่วยงานที่ประสงค์จะนำคนต่างด้าวนั้นเข้ามาในประเทศ สามารถติดต่อกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองโดยตรงได้
- ผู้ผ่านการพิจารณาจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองให้เข้ามาพำนักในราชอาณาจักรได้เป็นระยะเวลา 1 ปี สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะมีหนังสือแจ้งกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อแจ้งต่อมายังสถานกงสุลใหญ่ฯ ให้ตรวจลงตราให้แก่ผู้ร้องขอ
|