การขอรับการตรวจลงตรา ณ ด่านตรวจคนเข้าเมือง
[VISA ON ARRIVAL (TR. 15)]

คุณสมบัติของผู้ขอรับการตรวจลงตรา
  1. มีวัตถุประสงค์เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อการท่องเที่ยวไม่เกิน 15 วัน
  2. ถือหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางอันถูกต้องและสมบูรณ์
  3. ไม่เป็นบุคคลต้องห้ามเข้าเมืองตาม พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา 12 มาตรา 14 และมาตรา 16
  4. มีเงินหรือเอกสารที่จะพึงจ่ายหรือแลกเปลี่ยนได้เป็นมูลค่าเท่ากับอัตราแลกเปลี่ยนเป็นเงินไทยคนละไม่น้อยกว่า 10,000.00 บาท หรือครอบครัวละไม่น้อยกว่า 20,000.00 บาท
  5. มีสัญชาติของประเทศที่คนชาติขอรับการตรวจลงตรา ณ ด่านตรวจคนเข้าเมืองตามที่รัฐมนตรีกำหนด
หลักฐานและเอกสารที่ใช้ในการขอรับการตรวจลงตรา
  1. เอกสารที่จำเป็นต้องใช้
    1. รูปถ่าย 4x6 cm. 1 รูป
    2. หนังสือเดินทางที่มีอายุเหลืออยู่ไม่น้อยกว่า 6 เดือน
  2. แสดงหลักฐาน
    1. เงินติดตัว
      1. คนละ 10,000.00 บาท  หรือ
      2. ครอบครัวละ 20,000.00 บาท
    2. ตั๋วเดินทางไปกลับภายใน 15 วัน
  3. เงินสดค่าธรรมเนียมคนละ 1,000.00 บาท

 

รายชื่อประเทศที่คนชาติขอรับการตรวจลงตรา ณ ด่านตรวจคนเข้าเมือง
List of 14 countries whose nations may apply for visa at the Immigration checkpoints
For the purpose of tourism for the period of not exceeding 15 days (Visa on Arrival)
Bhutan,
China (including Taiwan), Cyprus, Czech Republic,
Estonia,
Hungary,
India,
Kazakhstan,
Latvia, Liechtenstein, Lithuania,
Maldives, Mauritus,
Oman,
Poland,
Russian Federation,
Saudi Arabia, Slovakia, Slovenia,
Ukraine.

 

ลักษณะบุคคลต้องห้ามเข้าเมือง
ตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522
มาตรา 12 มาตรา 14 และมาตรา 16

มาตรา 12  ห้ามมิให้คนต่างด้าวซึ่งมีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้เข้ามาในราชอาณาจักร

(1)   ไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางอันถูกต้องและยังสมบูรณ์อยู่   หรือมีแต่ไม่ได้รับการตรวจลงตราในหนังสือเดินทาง  หรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางเช่นว่านั้นจากสถานทูตหรือสถานกงสุลไทยในต่างประเทศ  หรือจากกระทรวงการต่างประเทศ  เว้นแต่กรณีที่ไม่ต้องมีการตรวจลงตราสำหรับคนต่างด้าวบางประเภทเป็นกรณีพิเศษ

การตรวจลงตราและการยกเว้นการตรวจลงตราให้เป็นไปตาม หลักเกณฑ์   วิธีการ  และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

การตรวจลงตราตาม (1)  ให้เสียค่าธรรมเนียมตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

(2)  ไม่มีปัจจัยในการยังชีพตามควรแก่กรณีที่เข้ามาในราชอาณาจักร

(3)   เข้ามาเพื่อมีอาชีพเป็นกรรมกร   หรือเข้ามาเพื่อรับจ้างทำงานด้วยกำลังกาย  โดยไม่ได้อาศัยวิชาความรู้หรือการฝึกทางวิชาการ   หรือเข้ามาเพื่อทำงานอื่นอันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการทำงานของคนต่างด้าว

(4)  วิกลจริตหรือมีโรคอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

(5)  ยังมิได้ปลูกฝีป้องกันไข้ทรพิษ  หรือฉีดวัคซีน  หรือปฏิบัติการอย่างอื่นตามวิชาการแพทย์เพื่อป้องกันโรคติดต่อตามที่กฎหมายบัญญัติ  และไม่ยอมให้แพทย์ตรวจคนเข้าเมืองกระทำการเช่นว่านั้น

(6)  เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาของศาลไทยหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย   หรือคำพิพากษาของศาลต่างประเทศ  เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดลหุโทษ   หรือความผิดอันได้กระทำโดยประมาท  หรือความผิดที่ยกเว้นไว้ในกฎกระทรวง

(7)  มีพฤติการณ์เป็นที่น่าเชื่อว่าเป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อสังคม  หรือจะก่อเหตุร้ายให้เกิดอันตรายต่อความสงบสุขหรือความปลอดภัยของประชาชน หรือความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร  หรือบุคคลซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐบาลต่างประเทศได้ออกหมายจับ

(8)  มีพฤติการณ์เป็นที่น่าเชื่อว่าเข้ามาเพื่อการค้าประเวณี  การค้าหญิงหรือเด็ก  การค้ายาเสพติดให้โทษ  การลักลอบหนีภาษีศุลกากร  หรือเพื่อประกอบกิจการอื่นที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน

(9)  ไม่มีเงินติดตัวหรือไม่มีประกันตามที่รัฐมนตรีประกาศตามมาตรา 14

(10)  รัฐมนตรีไม่อนุญาตให้เข้ามาในราชอาณาจักรตามมาตรา 16

(11)   ถูกรัฐบาลไทยหรือรัฐบาลต่างประเทศเนรเทศ  หรือถูกเพิกถอนสิทธิการอยู่อาศัยในราชอาณาจักร  หรือในต่างประเทศมาแล้ว หรือถูกพนักงานเจ้าหน้าที่ส่งกลับออกไปนอกราชอาณาจักร  โดยรัฐบาลไทยเสียค่าใช้จ่าย  ทั้งนี้  เว้นแต่รัฐมนตรีได้พิจารณายกเว้นให้เป็นกรณีพิเศษเฉพาะราย

การตรวจวินิจฉัยโรคร่างกายหรือจิต   ตลอดจนการปฏิบัติการเพื่อป้องกันโรคติดต่อ
ให้ใช้แพทย์ตรวจคนเข้าเมือง

มาตรา 14  รัฐมนตรีมีอำนาจกำหนดให้คนต่างด้าวซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักร  มีเงินติดตัว  หรือมีเงินประกันหรือจะยกเว้นภายใต้เงื่อนไขใด ๆ ก็ได้   ทั้งนี้  โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ประกาศตามวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับแก่เด็กอายุต่ำกว่าสิบสองปี

มาตรา 16   ในกรณีที่มีพฤติการณ์ซึ่งรัฐมนตรีเห็นว่า   เพื่อประโยชน์แก่ประเทศ  หรือเพื่อความสงบเรียบร้อย  วัฒนธรรมหรือศีลธรรมอันดี  หรือความผาสุกของประชาชน   ไม่สมควรอนุญาตให้คนต่างด้าวผู้ใดหรือจำพวกใดเข้ามาในราชอาณาจักร  รัฐมนตรีมีอำนาจสั่งไม่อนุญาตให้คนต่างด้าวผู้นั้นหรือจำพวกนั้นเข้ามาในราชอาณาจักรได้