หน้าหลัก |  ผังแครือข่าย |  สูติบัตร-มรณบัตร |  แบบคำร้อง | 

 


  จดทะเบียนครอบครัว
สมรส |  หย่า  |  รับรองบุตร  |  รับบุตรบุญธรรม  |  เลิกรับบุตรบุญธรรม  |  บันทึกฐานะครอบครัว 

 


๑. คุณสมบัติของผู้ขอจดทะเบียนสมรส
  1. ชายหรือหญิงต้องมีสัญชาติไทย
  2. ชายและหญิงมีอายุ ๑๗ ปี บริบูรณ์
  3. ชายหรือหญิงไม่เป็นบุคคลวิกลจริต หรือเป็นบุคคลที่ศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ
  4. ชายหญิงไม่เป็นญาติสืบสายโลหิตโดยตรงขึ้นไปหรือลงมา หรือเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดา หรือร่วมแต่บิดาหรือมารดาเดียวกัน
  5. ผู้รับบุตรบุญธรรมจะทำการสมรสกับบุตรบุญธรรมไม่ได้
  6. ชายหรือหญิงจะทำการสมรสในขณะที่ตนมีคู่สมรสอยู่ไม่ได้
  7. หญิงที่สามีตาย หรือการสมรสสิ้นสุดลงด้วยประการอื่น จะทำการสมรสใหม่ได้ต่อเมื่อการสิ้นสุดแห่งการสมรสได้ผ่านพ้นไปแล้วไม่น้อยกว่า ๓๑๐ วัน เว้นแต่คลอดบุตรแล้วในระหว่างนั้น หรือสมรสกับคู่สมรสเดิม หรือมีใบรับรองแพทย์ประกาศนียบัตรหรือปริญญาซึ่งเป็นผู้ประกอบการรักษาโรคในสาขาเวชกรรมได้ตามกฎหมายว่ามิได้มีครรภ์ หรือมีคำสั่งศาลให้สมรสได้
๒. หลักฐานหรือเอกสารประกอบการขอจดทะเบียนสมรส
  1. หนังสือเดินทาง
  2. หนังสือให้ความยินยอม (กรณีผู้ร้องขอยังไม่บรรลุนิติภาวะและผู้มีอำนาจให้ความยินยอมไม่ได้มาด้วย)
  3. ใบสำคัญการหย่า หรือมรณบัตร (กรณีเคยจดทะเบียนสมรสมาก่อนและได้หย่า หรือคู่สมรสตาย)
  4. หนังสือรับรองสถานะภาพความเป็นโสด (กรณีผู้ขอจดทะเบียนสมรสเป็นฝ่ายที่ไม่ใช่คนสัญชาติไทย)


back to top



๑. คุณสมบัติของผู้ขอจดทะเบียนหย่า
  1. คู่หย่าแสดงความยินยอมที่จะจดทะเบียนหย่า
๒. หลักฐานหรือเอกสารประกอบการขอจดทะเบียนหย่า
  1. ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนสมรส หรือสำเนาทะเบียนสมรส
  2. หนังสือหย่าหรือข้อตกลงการหย่า (ยกเว้นกรณีหย่าต่างสำนักทะเบียน ผู้ร้องฝ่ายที่สองจะเป็นฝ่ายยื่นต่อสำนักทะเบียนแห่งที่สองก็ได้)
  3. หนังสือเดินทาง
  4. คำพิพากษาหรือคำสั่งศาล (กรณีหย่าโดยคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาล ผู้ร้องต้องนำหลักฐานมาแสดงต่อนายทะเบียนด้วย)


back to top



๑. คุณสมบัติของผู้ขอจดทะเบียนรับรองบุตร
  1. ผู้ร้องขอจดทะเบียนหรือบุตรต้องมีสัญชาติไทย
  2. ผู้ร้องขอจดทะเบียน มารดาของบุตร และบุตรต้องแสดงความยินยอมไม่คัดค้านในการร้องขอจดทะเบียน
๒. หลักฐานหรือเอกสารประกอบการขอจดทะเบียนรับรองบุตร
  1. หนังสือเดินทาง
  2. หนังสือให้ความยินยอมในการจดทะเบียน
  3. คำพิพากษาหรือคำสั่งศาล (หากมี)

back to top



๑. คุณสมบัติของผู้ขอจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรม
  1. ผู้รับบุตรบุญธรรมต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า ๒๕ ปีบริบูรณ์ และแก่กว่าผู้เป็นบุตรบุญธรรมอย่างน้อย ๑๕ ปี
  2. ผู้ที่จะเป็นบุตรบุญธรรมมีอายุไม่ต่ำกว่า ๑๕ ปีบริบูรณ์ ต้องมาลงชื่อในข่องผู้ร้องขอจดทะเบียนด้วย
  3. ต้องได้รับความยินยอมจากบิดามารดา หรือผู้แทนโดยชอบธรรม กรณีผู้ที่จะเป็นบุตรบุญธรรมเป็นผู้เยาว์
  4. ถ้าผู้รับบุตรบุญธรรมหรือผู้เป็นบุตรบุญธรรมมีคู่สมรส ต้องให้คู่สมรสไปให้ความยินยอม เว้นแต่
    1. คู่สมรสไม่สามารถแสดงเจตนาให้ความยินยอมได้
    2. คู่สมรสไปจากภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่และไม่มีใครได้รับข่าวคราวเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี
  5. หากเป็นบุตรบุญธรรมของบุคคลใดอยู่ จะเป็นบุตรบุญธรรมของบุคคลอื่นอีกในขณะเดียวกันไม่ได้ เว้นแต่จะเป็นบุตรบุญธรรมของคู่สมรสของผู้รับบุตรบุญธรรมนั้น
๒.หลักฐานหรือเอกสารประกอบการขอจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรม
  1. หนังสือเดินทาง
  2. หนังสืออนุมัติให้รับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมจากคณะกรรมการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม (กรณีบุตรบุญธรรมเป็นผู้เยาว์)
  3. หนังสือให้ความยินยอม (กรณีผู้รับบุตรบุญธรรมและผู้เป็นบุตรบุญธรรมมีคู่สมรส หรือผู้เป็นบุตรบุญธรรมยังเป็นผู้เยาว์อยู่)
  4. คำพิพากษาหรือคำสั่งศาล (หากมี)

back to top



๑. คุณสมบัติของผู้ขอจดทะเบียนเลิกรับบุตรบุญธรรม
  1. ผู้รับบุตรบุญธรรมกับบุตรบุญธรรมตกลงยินยอมเลิกการรับบุตรบุญธรรม
  2. กรณีบุตรบุญธรรมยังไม่บรรลุนิติภาวะ ต้องได้รับความยินยอมจากบิดามารดา หรือมีคำสั่งหรือคำพิพากษาของศาล
๒. หลักฐานหรือเอกสารประกอบการขอจดทะเบียนเลิกรับบุตรบุญธรรม
  1. หนังสือเดินทาง
  2. สำเนาทะเบียนรับบุตรบุญธรรม
  3. หนังสือให้ความยินยอมของบุคคลผู้มีอำนาจให้ความยินยอมตามกฎหมาย (กรณีบุตรบุญธรรมเป็นผู้เยาว์)
  4. คำพิพากษาหรือคำสั่งศาล
๓. บุตรบุญธรรมที่มีอายุเกิน ๑๕ ปี ต้องลงชื่อให้ความยินยอมด้วย

back to top



ผู้ที่ได้จดทะเบียนสมรส หย่า รับรองบุตร รับบุตรบุญธรรม หรือเลิกรับบุตรบุญธรรม ตามแบบกฎหมายของสหรัฐฯ อาจขอให้บันทึกกิจการอันเกี่ยวกับฐานะแห่งครอบครัวเหล่านี้ในประเทศไทยได้โดยมีวิธีดำเนินการดังต่อไปนี้

๑.  นำใบสมรส   หย่า  ฯลฯ  ของทางการสหรัฐฯ ซึ่งได้รับการรับรองจาก Office of the Secretary of State หรือ State Authentication Authorities หรือ Superior Court ไปให้สถานกงสุลใหญ่ฯ รับรองลายมือชื่อเจ้าหน้าที่หน่วยงานดังกล่าวก่อน

๒.  นำเอกสารดังกล่าวในข้อ ๑  ไปแปลเป็นภาษาไทยโดยผู้แปลต้องรับรองคำแปลถูกต้อง   (เจ้าของเอกสารอาจแปลด้วยตนเอง  หรือมอบหมายให้ผู้ให้บริการแปลเอกสารในประเทศไทยแปลก็ได้)

๓.   นำต้นฉบับเอกสารที่แปลเป็นภาษาไทยแล้ว   พร้อมต้นฉบับเอกสารที่ใช้แปลไปให้สถานกงสุลใหญ่ฯ  หรือกองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ  เลขที่ ๑๒๓ ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ โทรศัพท์ (๒) ๕๗๕-๑๐๕๖-๖๑  รับรองอีกครั้ง

๔.   นำเอกสารในข้อ ๓  ซึ่งสถานกงสุลใหญ่ฯ  หรือกระทรวงการต่างประเทศได้รับรองแล้วไปยื่นที่ว่าการอำเภอ เพื่อบันทึกฐานะแห่งครอบครัว  อำเภอจะออกหลักฐานการบันทึกฐานะแห่งครอบครัวให้

ท่านสามารถใช้หลักฐานการบันทึกฐานะแห่งครอบครัวที่ทางอำเภอออกให้ไปยื่นขอเปลี่ยนนามสกุล   ประกอบหลักฐานการจดทะเบียนสมรสใหม่  หรือใช้ในกิจการอื่น ๆ ที่ต้องการเสมือนเป็นหลักฐานใบสมรส  หย่า  ฯลฯ  แล้วแต่กรณี

กรณีไม่สามารถไปยื่นขอบันทึกฐานะแห่งครอบครัว ณ ที่ว่าการอำเภอด้วยตนเองได้ ท่านอาจมอบอำนาจให้บุคคลอื่นเป็นตัวแทนไปยื่นบันทึกฐานะแห่งครอบครัวแทนได้  กรณีนี้จะต้องทำหนังสือมอบอำนาจและควรให้สถานกงสุลใหญ่ฯ รับรองลายมือชื่อของท่านในหนังสือมอบอำนาจด้วย

โปรดทราบ
 ♦  การจดทะเบียนครอบครัวไม่ต้องชำระค่าธรรมเนียม
 ♦  เพื่อความสะดวกของท่าน โปรดติดต่อสถานกงสุลใหญ่ฯ ล่วงหน้าก่อนไปจดทะเบียน
 ♦  ต้องการทราบข้อมูลการจดทะเบียนสมรสของมลรัฐอิลลินอยส์  [ กดตรงนี้ ]
back to top