|
สถานกงสุลใหญ่ ณ นครชิคาโก
|
|
ผู้โดยสารเข้ามาในประเทศไทยต้องกรอกรายละเอียดในแบบสำแดงรายการสิ่งของผู้โดยสาร (แบบที่ ๒๑๑) และยื่นต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรขณะนำกระเป๋าและสัมภาระผ่านช่องตรวจศุลกากร ผู้โดยสารที่ไม่มีของต้องเสียภาษีอากร ของต้องห้าม ของต้องกำกัด ให้ทำเครื่องหมายในแบบสำแดงของติดตัวผู้โดยสารช่องสีเขียว ( [ / ] ไม่มีของต้องสำแดง) และยื่นต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรประจำช่องตรวจสีเขียว ส่วนผู้โดยสารที่มีของต้องเสียภาษีอากร ของต้องห้าม ของต้องกำกัด หรือไม่แน่ใจว่าของที่นำเข้ามานั้นเป็นของดังกล่าวหรือไม่ ให้ทำเครื่องหมายในแบบสำแดงของติดตัวผู้โดยสารช่องสีแดง ( [ / ] มีของต้องสำแดง) และยื่นต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรประจำช่องตรวจสีแดง
๑.๑ ของทุกชนิดที่นำเข้ามาในประเทศต้องเสียภาษีอากรตาม พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ร.ก. พิกัดอัตราศุลกากรและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
การเสียภาษีอากรปากระวางสำหรับของติดตัวผู้โดยสารอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขดังนี้
กรณีไม่เข้าหลักเกณฑ์ดังกล่าว เจ้าหน้าที่ศุลกากรจะส่งของทั้งหมดไปปฏิบัติพิธีการศุลกากรที่งานของติดตัวผู้โดยสาร ฝ่ายพิธีการนำเข้า คลังสินค้าที่ ๑ อาคารคลังสินค้าขาเข้า สำนักงานท่าอากาศยานกรุงเทพ หรือสถานที่ตามที่ด่านศุลกากรภูมิภาคกำหนด โดยผู้โดยสารจะได้รับใบส่งของ (แบบที่ ๔๖๖) เป็นหลักฐาน
๑.๒ ของใช้ส่วนตัวที่เจ้าของนำเข้ามาพร้อมกับตนสำหรับใช้เองหรือใช้ในวิชาชีพ และมีจำนวนพอสมควรแก่ฐานะ มูลค่าไม่เกิน ๑๐,๐๐๐.๐๐ บาท ได้รับยกเว้นอากร
ของใช้ส่วนตัวสำหรับใช้เอง เช่น เครื่องแต่งกาย เครื่องสำอางค์ เครื่องประดับ รองเท้า นาฬิกา ปากกา แว่นตา น้ำหอม เป็นต้น ทั้งนี้ ต้องมีเอกสารใบเสร็จรับเงินเป็นหลักฐาน หากไม่มี เจ้าหน้าที่จะพิจารณาตามหลักฐานอื่นประกอบ แต่ของใช้ส่วนตัวดังต่อไปนี้ จะต้องมีปริมาณไม่เกินที่กำหนด
๑.๓ ของใช้ในบ้านเรือนที่เจ้าของนำเข้ามาพร้อมกับตนที่ใช้แล้ว และเนื่องจากการย้ายภูมิลำเนา และมีจำนวนพอสมควรแก่ฐานะ ได้รับยกเว้นอากร
ของใช้ในบ้านเรือน เช่น โทรทัศน์ วิทยุ วีดีโอ เครื่องโทรสาร เป็นต้น
ของใช้ส่วนตัวและของใช้ในบ้านเรือนดังกล่าว แม้จะได้รับเว้นอากร ก็ต้องยื่นแบบที่ ๒๑๑ ต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรประจำช่องตรวจสีแดง
๒.๑ กล้องถ่ายรูป กล้องวีดีโอ คอมพิวเตอร์สำหรับพกพา ผู้โดยสารต้องนำของดังกล่าวแสดงต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรเพื่อบันทึกรายละเอียดและรับสำเนาเอกสารไว้สำหรับแสดงต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรประจำช่องตรวจสีแดงในวันเดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทย
๒.๒ อัญมณีหรือเครื่องประดับ ให้ปฏิบัติพิธีการศุลกากร ณ ที่ทำการศุลกากรขาออก ส่วนตรวจของผู้โดยสาร สำนักงานศุลกากรท่าอากาศยานกรุงเทพ (อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ๑ ชั้น ๓) หรือสถานที่ตามที่ด่านศุลกากรภูมิภาคกำหนด
๒.๓ ของที่ขอชดเชย หรือขอคืนเงินอากรตามมาตรา ๑๙ ทวิ หรือมีใบสุทธินำกลับให้ปฏิบัติพิธีการศุลกากรที่ฝ่ายพิธีการส่งออก สำนักงานศุลกากรท่าอากาศยานกรุงเทพ (อาคารคลังสินค้าขาออก ๔ ชั้น ๒) หรือสถานที่ตามที่ด่านศุลกากรภูมิภาคกำหนด
๓.๑ ของต้องห้าม ของต้องกำกัด
ของต้องห้าม คือของที่ห้ามไม่ให้นำเข้ามา หรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักร เช่น ยาเสพติด ส่งพิมพ์ หรือวัตถุลามก และสัตว์ป่าสงวน เป็นต้น การฝ่าฝืนกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด เช่น มีไว้ในครอบครองหรือมีไว้เพื่อเสพหรือเป็นผู้ผลิต ผู้ซื้อ ผู้ขาย ผู้ขนส่ง อาจมีโทษถึงประหารชีวิต
ของต้องกำกัด คือของบางชนิดที่กฎหมายควบคุมการนำเข้ามาและการส่งออกไปนอกราชอาณาจักร การนำเข้าและการส่งออกของต้องกำกัดต้องได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะต้องนำมาแสดงในเวลาปฏิบัติพิธีการศุลกากรด้วย ตัวอย่างเช่น
๓.๒ เงินตรา
เงินตราไทย นำเข้าได้ไม่จำกัดจำนวน แต่นำออกได้ไม่เกิน ๕๐,๐๐๐.๐๐ บาท ยกเว้นนำออกไปยังประเทศที่มีพรมแดนติดกับประเทศไทย เช่น พม่า ลาว เขมร มาเลเซียและเวียดนาม นำออกได้ไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐.๐๐ บาท การนำเงินตราไทยออกนอกประเทศมากกว่าจำนวนที่กำหนดจะต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานผ่านธนาคารที่ได้รับอนุญาต และนำต้นฉบับเอกสาร ธ.ต. ๕ มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรขณะผ่านช่องตรวจผู้โดยสารขาออก
การนำเงินตราต่างประเทศที่เป็นธนบัตรหรือเหรียญกษาปณ์อันมีมูลค่ารวมกันเกินสองหมื่นดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเทียบเท่าออกไปนอกหรือเข้ามาในประเทศไทย ต้องแจ้งรายการเกี่ยวกับเงินตราต่างประเทศนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ศุลกากรในขณะที่ผ่านด่านศุลกากรทุกแห่ง การไม่สำแดงในการนำเงินต่างประเทศออกไปนอกหรือนำเข้ามาในราชอาณาจักรเกินกว่าจำนวนที่กำหนด หรือสำแดงรายการไม่ถูกต้อง มีความผิดทางอาญา
๓.๓ การฝากเก็บของไว้ในอารักขาของศุลกากร
ผู้โดยสารเข้ามาในประเทศไทยและมีของต้องอากร ของต้องกำกัด ซึ่งไม่มีความมุ่งหมายจะนำมาใช้ในประเทศไทย จะต้องแจ้งและแสดงตั๋วเดินทางไปยังประเทศที่สามในขณะนั้น สามารถฝากของดังกล่าวไว้ในอารักขาของศุลกากรได้เป็นเวลาไม่เกิน ๒ เดือน
ในวันเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ผู้โดยสารขอรับของดังกล่าวคืนได้โดยแจ้งเจ้าหน้าที่สายการบินขณะยื่นตั๋วเดินทาง และต้องเสียค่าธรรมเนียมแก่ราชการในอัตราที่กำหนด
๓.๔ การใช้เอกสารค้ำประกัน เอ.ที.เอ.คาร์เนท์
ผู้โดยสารนำของเข้าประเทศไทยชั่วคราว เพื่อวัตถุประสงค์เป็นตัวอย่างสินค้า เพื่อแสดงนิทรรศการ เพื่อใช้ในวิชาชีพ เพื่อวัตถุประสงค์ทางวิทยาศาสตร์ และจะส่งกลับออกไปโดยใช้เอกสารค้ำประกัน เอ.ที.เอ.คาร์เนท์ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ศุลกากรประจำช่องตรวจสีแดง และฝ่ายพิธีการศุลกากร ณ ที่ทำการศุลกากรขาเข้า ส่วนตรวจของผู้โดยสาร สำนักงานศุลกากรท่าอากาศยานกรุงเทพ (อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ๑ ชั้น ๑) หรือสถานที่ตามที่ด่านศุลกากรภูมิภาคกำหนด
สำหรับผู้นำของออกจากราชอาณาจักรชั่วคราวและจะนำกลับเข้ามาในราชอาณาจักรในภายหลัง โดยใช้เอกสารค้ำประกัน เอ.ที.เอ.คาร์เนท์ จะต้องปฏิบัติพิธีการศุลกากรในทำนองเดียวกัน
๓.๕ การคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม ผู้โดยสารที่ประสงค์จะขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มจากกรมสรรพากร จะต้องแสดงสินค้าที่ซื้อมาให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรภายในห้องผู้โดยสารขาออกตรวจรับรองในแบบ ภ.พ. ๑๐ ก่อนทุกครั้ง
คำเตือน = การนำของต้องเสียภาษีอากร ของต้องห้าม ของต้องกำกัดเข้ามาในประเทศไทย โดยไม่สำแดง หรือสำแดงไม่ถูกต้อง จะได้รับโทษตามกฎหมายศุลกากร คือ ถูกปรับเป็นเงินไม่เกิน ๔ เท่าของราคาของรวมค่าอากร หรือจำคุกไม่เกิน ๑๐ ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ และถูกริบของกลางด้วย
|
การปฏิบัติพิธีการศุลกากร ณ ส่วนตรวจของผู้โดยสาร สำนักงานศุลกากรท่าอากาศยานกรุงเทพ เปิดบริการตลอด ๒๔ ชั่วโมง หากต้องคำแนะนำ หรือสอบถามเกี่ยวกับระเบียบพิธีการศุลกากร โปรดติดต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรโดยตรง หรือโทรศัพท์ (๖๖-๒)๕๓๕-๑๒๖๙, ๕๓๕-๑๕๖๙, ๕๓๕-๑๑๕๓ และ ๕๓๕-๕๐๔๔ |
ของนำเข้าที่ได้รับยกเว้นอากร จะต้องเป็นของใช้ส่วนตัวที่เจ้าของนำเข้ามาพร้อมกับตนสำหรับใช้เอง หรือใช้ในวิชาชีพ และมีจำนวนพอสมควรแก่ฐานะ เว้นแต่ รถยนต์ อาวุธปืน และเสบียง และ/หรือเป็นของใช้ในบ้านเรือนที่ใช้แล้ว ที่เจ้าของนำเข้ามาพร้อมกับตน เนื่องในการย้ายภูมิลำเนา และมีจำนวนพอสมควรแก่ฐานะ
ทั้งนี้ ของดังกล่าวจะต้องนำเข้าถึงประเทศไทยไม่เกิน ๑ เดือนก่อนที่ผู้นำเข้าเข้ามาถึง หรือไม่เกิน ๖ เดือน นับแต่วันที่ผู้นำของเข้ามาถึง
ของส่วนตัวที่ได้รับการยกเว้นอากรนำเข้า ได้แก่ เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม รองเท้า เครื่องสำอาง เครื่องประดับ ที่มีจำนวนพอสมควรแก่การใช้งานของ ๆ นั้น และเป็นของส่วนตัวสำหรับใช้เอง
ของใช้ในบ้านเรือนที่ใช้แล้วจะได้รับยกเว้นอากรขาเข้าต้องเป็นของที่พึงมีพึงได้ตามปกติวิสัย และเป็นของที่นำเข้ามาจากประเทศซึ่งตนมีภูมิลำเนาอยู่ก่อนย้ายเข้ามามีภูมิลำเนาในประเทศไทย ถ้าเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ โทรทัศน์ วิทยุ ฯลฯ ให้ได้รับยกเว้นอากรเพียงอย่างละ ๑ หน่วย เว้นแต่เป็นการย้ายภูมิลำเนาทั้งครอบครัว ให้ได้ยกเว้นอากรได้อย่างละ ๒ หน่วย ส่วนที่นำเข้ามาเกินกว่าที่กำหนดไว้จะต้องเสียอากรตามปกติ โดยคำนวณจากหน่วยที่มีค่าอากรสูงสุดตามลำดับ
ในการขอรับของดังกล่าว ให้ผู้นำของเข้าจัดเตรียมเอกสาร ดังต่อไปนี้มาให้ครบถ้วน
บุคคลที่เป็นคนไทยและชาวต่างประเทศ เมื่อมีการนำของส่วนบุคคล ของใช้ส่วนตัว และ/หรือของใช้ในบ้านเรือนใช้แล้วเข้ามา มักจะประสบปัญหาในการปฏิบัติพิธีการศุลกากร และถูกเรียกร้องเงินทองจากบุคคลภายนอกที่แอบอ้างว่า นำไปให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรเสมอ ๆ ส่วนพิธีการนำเข้า สำนักงานศุลกากรนำเข้า ท่าเรือกรุงเทพ ได้ตระหนักในความไม่สะดวกดังกล่าว จึงจัดให้มีเจ้าหน้าที่ศุลกากรประจำพิธีการฝ่ายเอกสิทธิฯ ไว้บริการจัดทำเอกสารผ่านพิธีการศุลกากรให้จนเสร็จสิ้น โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายและค่าบริการใด ๆ จึงขอเชิญท่านใช้บริการส่วนพิธีการนำเข้า
คนไทยและชาวต่างประเทศ ที่มีความประสงค์จะขอรับรองของส่วนบุคคล ของใช้ส่วนตัว และ/หรือของใช้ในบ้านเรือนใช้แล้ว ที่นำเข้ามาในประเทศ ให้ติดต่องานพิธีการฝ่ายเอกสิทธิและส่งเสริมการลงทุน ส่วนพิธีการนำเข้า สำนักงานศุลกากรนำเข้าท่าเรือกรุงเทพ โทรศัพท์ (๖๖-๒) ๒๔๙-๒๓๑๔. ๒๔๙-๔๑๕๐ ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ศุลกากรคอยบริการจัดทำใบขนสินค้าและปฏิบัติพิธีการศุลกากร โดยไม่มีค่าใช้จ่ายและค่าบริการใด ๆ ทั้งสิ้น
หากมีข้อขัดข้องหรือไม่ได้รับความสะดวกประการใด ๆ โปรดติดต่อหัวหน้าฝ่ายเอกสิทธิฯ และผู้อำนวยการส่วนพิธีการนำเข้า สำนักงานศุลกากรนำเข้าท่าเรือกรุงเทพได้โดยตรง
ส่วนพิธีการนำเข้า สำนักงานศุลกากรนำเข้าท่าเรือกรุงเทพ
โทร. ๒๔๙-๔๒๑๓, ๖๗๑-๕๒๕๐
ท่านที่ให้ตัวแทนหรือบุคคลใด ๆ มาดำเนินการแทนโดยได้เสียค่าใช้จ่ายและค่าบริการ ขอเรียนให้ทราบว่าค่าใช้จ่ายดังกล่าวมิได้เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ศุลกากรแต่ประการใด